ซินดี้:   ขอต้อนรับสู่ See true branding คุยทุกสิ่งเรื่องแบรนด์ค่ะ ซินดี้ค่ะ

แอมค่ะ สวัสดีค่ะ

ซินดี้:   สวัสดีคุณผู้ฟังนะคะ แล้วก็วันนี้ค่ะ พี่แอม ซินดี้มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเรื่องแบรนด์มาฝากกันอีกแล้วนะ

ซินดี้:   ใช่ แรงบันดาลใจที่จะทำตอนเนี๊ยะอ่ะค่ะ เกิดขึ้นเพราะว่าซินดี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่สนใจจะเข้ามาทำ brand แล้วก็เกิดคำถามนึง สร้างแบรนด์ให้ปังใช้ตังค์เยอะมั้ย

แหม ตรงใจ ในยุคนี้

ซินดี้:   ถูกต้อง จากคนที่เข้ามาปรึกษาเราก็จะมีคำถามนี้ เราก็เลยเอามาคุย เผื่อคุณผู้ฟังที่กำลังมีคำถามนี้ก็จะได้รับฟังไปพร้อมกันดีมั้ยคะ

ดีค่ะ เพราะว่าบางคนอายเนาะเอออยากทำ แต่แพงมั้ยอะไรอย่างงี้

ซินดี้:   ไม่ต้องอายค่ะ เพราะว่าถ้าคุณมีความรู้สึกแบบนี้แสดงว่า คุณมีความรอบคอบกับการทำธุรกิจ หลายๆ ที่นะคะพี่นอกจากการทำ การขาย ระบบมาร์เก็ตติ้งดี ถ้าระบบการเงินไม่ดีเผลอๆ ไปเร็วกว่าการทำ branding ไม่ดีอีก ทีนี้ ทำสร้างแบรนด์ให้ดัง ใช้ตังค์เยอะมั้ย มันมีมาตรวัดสอง standard ที่จะตอบให้คนที่สนใจทำแบรนด์เนี่ยะ ตัดสินใจว่าเค้าพร้อมแล้วหรือยัง  เราก็จะแบ่งเป็นสามหัวข้อใหญ่ๆ หัวข้อแรกคือ ใช้ดังค์เยอะหรือไม่เยอะเนี่ยะ มันขึ้นอยู่ที่ความคาดหวังของเจ้าของธุรกิจ เช่น ความคาดหวังอันแรกเลยคือ คุณอยากเติบโตในระดับไหน เช่น ในระดับตำบล หรือ โอท็อบ หรือถ้าโตในระดับจังหวัด เป็นสินค้าประจำจังหวัดหรือเติบโตในระดับประเทศ ขายสินค้าทั่วประเทศ หรือว่าเอาล่ะ พอโตขนาดนั้น โก อินเตอร์ล่ะ ขึ้นไปขายยังต่างประเทศ หรือกว้างเลยค่ะ ขึ้นเป็น global brand แล้ว ขึ้นในระดับโลก ในความคาดหวังเนี๊ยะ มันจะมีเทคนิค วิธีการ และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าถามว่าใช้ตังค์เยอะ คุณต้องตอบเราให้ได้ก่อนว่า คุณอยากเติบโตในระดับไหน

ปังแค่ไหน ปังเปรี้ยงปร้าง

ปังเบาๆ ถ้าปังใส่นม

อร่อย (หัวเราะ)

ซินดี้:   ถ้าบอกว่าเราค่อยๆ ทำการตลาดไป โดยใช้รอบของการตลาดที่มีรอบของมันที่บอกว่า ทุกๆ ไตรมาส คุณทำสเต็ปนี้ ปลายปีคุณทำสเต็บนี้ หรือเป็น seasonal การทำโปรโมชั่นสักทีนึง แบบนี้มันก็อาจจะใช้เงินไม่มากถึงขนาดที่จะต้องเอาดังแบบด่วนๆ นี่คือเรื่องของระยะเวลา

ซินดี้:   สุดท้ายคือเรื่องของประเภทของสินค้าและบริการ กะปิ น้ำปลา ของใช้กระจุ๊กกระจิ๊ะที่เป็น Consumer Product เรื่องราวมันต้องสื่อสารต่างไป แนวเทคโนโลยีเรื่องราวมันจะต้องออกมาในแนวเวอร์วังอลังการมีเทคนิคเข้ามาช่วย หรือถ้าเกิดว่าเป็นสินค้าประเภท beauty ล่ะ  ก็จะต้องใช้การสื่อสารอีกแบบหนึ่ง งบประมาณอีกแบบหนึ่ง ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของตัวสินค้าที่คุณกำลังทำอยู่ด้วย

อย่างตัว beauty เห็นว่าจริงๆ  Sita Agency ก็มีประสบการณ์กับการทำสินค้าประเภทนี้มาประมาณนึง 

ซินดี้:   ใช่ค่ะๆ อันนี้ยกตัวอย่างให้ฟัง Sita Agency เคยมีประสบการณ์ในเรื่องของการทำแบรนด์ให้กับบริการในเรื่องความงาม คือ ศัลยกรรม ปกติแล้วเราเคยเห็นบริการประเภทนี้จะอยุ่ในสองสถานที่ก็คือ หนึ่ง ตามจุดขายเช่นตามห้างต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ยอดนิยมก็คือ ตามห้างต่างๆ น้องหน้าตาน่ารักๆ วิ่งตามแล้วก็ไปขายคอรส์ อันที่สองคือใช้ โซเซียลมีเดีย อันนั้นก็คือ เป็นสิ่งที่เค้าใช้สื่อสาร แต่ว่าสำหรับ Sita Agency เนี่ยะค่ะ เราอาจจะมีเทคนิค วิธีการ สื่อสารในด้านอื่นๆ ด้วย ให้แบรนด์นั้น นอกจากจะขายในเรื่องความงาม เรื่อง Emotional ให้สาวๆ แน่นอนค่ะพูดเรื่องความสวยก็คงหยุดซื้อด้วยกระบวนการของโปรโมชั่น แต่ของเราอ่ะค่ะในบางแบรนด์ที่เราทำให้ เรา added เรื่องชอง  value ที่บอกว่าดีต่อใจไปด้วย เช่นเราทำในเรื่องของ CSR บวกไปในเรื่องของการช่วยเหลือสังคม ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผ่านกระบวนการสร้างชีวิตใหม่ให้เค้าด้วยการทำให้เค้าสวยขึ้น ดังนั้นนอกจากจะบอกว่าคุณพี่ทำแล้วคุณพี่จะสวยขึ้น คุณพี่ทำได้เลยค่ะ เพราะว่าราคาไม่สูง แต่เราอ่ะ Added ในเรื่องของว่า ความสวยไม่ใช่เป็นเรื่องของความสบายใจอย่างเดียว ไม่ใช่ดีแต่สวย แต่ความสวยเนี่ยะ เปลี่ยนชีวิตและให้โอกาส เพราะอย่าลืมว่าผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตา บุคลิกภาพที่ดี มักจะได้โอกาสที่ดี และแบรนด์ที่สนับสนุนให้คนที่มีชีวิตที่ดีขั้น ก็คือเป็นแบรนด์ที่ดีต่อใจ

ซินดี้:   อันนี้แปลว่าถ้าเกิดสิ่งที่จะสร้างให้ แบรนด์สินค้าหรือบริการเนี่ยะ ปังขึ้นมา แต่ละแบรนด์เนี่ยะก็จะไม่เหมือนกัน อย่างแรกที่จะบอกก็คือว่า สำหรับแบรนด์ลีดเดอร์เอเจนซี่ ของ Sita agency อ่ะค่ะ จะใช้เทคนิคที่จะไม่เหมือนตลาดทั่วๆ ไป  คือถ้าเราทำเหมือนๆ กัน ผลลัพธ์ได้เท่าๆ กัน แต่ความที่เราต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง และดีกว่า เป็น  Super กับ Supreme กลับไปที่เรื่องของชื่อใช่มั้ย เราก็จะต้องทำด้วยเทคนิคอื่นๆ คือ อย่างที่เราทำในเรื่องของการใช้โอกาส สร้างในเรื่องของเทคนิคในเรื่องของความสวย เปลี่ยนชีวิตของคนให้ดีขึ้น อันนั้น เป็นเทคนิคเดียวนะคะ แต่ของเรามีเทคนิคอีกหลายอย่างเลย และการเป็นแบรนด์ลีดเดอร์ เอเจนซี่ อ่ะค่ะ สำหรับ Sita agency มองในเรื่องของความหมาะเจาะ เหมาะสมในเรื่องของภาคธุรกิจ และในขนาดของเค้าด้วย สิ่งที่เราทำมาตลอดคือ การทำงานในสไตล์เทเลเมดเหมือนตัดเสิ้อเลยค่ะ เราก็เชื่อว่าการทำแล้ว ที่มันเหมาะเจาะ เหมาะสม พอดีกับสิ่งนั้นๆ ลูกค้านั้นๆ สินค้านั้นๆ ก็จะเกิดการ Fit in แล้วมันก็จะเกิดประสิทธิภาพที่ดี แล้วคนที่สนใจจริงๆ ที่จะทำอ่ะค่ะ คุยกับคนที่คุณมั่นใจว่า เค้าจะสามารถทำแบรนด์ของคุณให้ปัง ให้ดัง และให้สำเร็จ ลองคุยกับเค้าในรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมดทั้งปวงให้เคลียร์ แล้วเตรียมความพร้อม แล้วตัดสินใจทำ

แปลว่าต่อให้สินค้าประเภทเดียวกัน บริการประเภทเดียวกัน ก็ต้อง telemade  ให้มันเข้ากับบริการของสินค้าตัวนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าถ้าศัลยกรรมก็ทำแบบนี้แหละ ขนมขบเคี้ยวก็ทำแบบนี้แหละ ไม่ใช่ ของซินดี้จำเพาะไปเลยว่า นี่คือแบรนด์นี้ ต้องทำแบบนี้

ซินดี้:   ถูกต้องค่ะ ที่บอกว่าถ้าทำแล้ว เราต้องทำให้เกิดคำว่าเหนือกว่า ทำให้เกิดความแตกต่าง เพราะถ้าคุณไม่เหนือ คุณไม่แตกต่าง ความสำเร็จในการสื่อสารมันก็ไม่มี ถูกมั้ยคะ เพราะว่าในการแข่งขันของสินค้า มันคือต้องการความเป็นที่หนึ่ง การที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า แต่ละครั้ง มันจะมีที่หนึ่งเพียงที่เดียวเท่านั้น ที่จะทำให้เค้าหยิบตังค์และจ่าย เราจะทำอย่างไร ให้สินค้าและบริการเป็นที่หนึ่ง เราก็คงจะต้องมีความแตกต่าง และการทำ branding จริงๆ แล้วอ่ะ มันจะต้องมีการ ต้องควบคู่ไปกับการทำเรื่องของ Strategy ด้วย ถ้าเกิดคุยกันตรงเนี๊ยะ มันคงจะโอ้โหลงรายละเอียดลึกมากเลย คนฟังก็จะรู้สึกอะไรกันเยอะแยะ แต่ต้องบอกว่าในการทำ branding ในช่วงเวลานึงอาจจะต้องใช้วิธีการใด วิธีการแบบนึง เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปแล้ว การทำ branding ก็อาจจะใช้เทคนิคอีกแบบนึง คืออย่างงี้ค่ะ คนที่คิดและตัดสินใจทำ branding ฮ่ะค่ะ อาจจะใช้สิ่งเหล่าเนี๊ยะเป็นตัวตั้งก่อน แล้วถามตัวเองว่าเราต้องการอะไรบ้าง จากนั้นศึกษาแบรนด์ลีดเดอร์เอเจนซี่ว่า มีที่ใดที่เค้าทำงานที่มีสไตล์ที่เข้าใจเรา ค่อยๆ ทำไปแล้วศึกาให้ละเอียดว่าจะทำอะไรให้กับเราบ้าง แล้วเมื่อนั้นก็จะเป็นการตัดสินใจได้ว่ามันจะคุ้มมั้ย

สร้างแบรนด์ให้ปัง ใช้ตังค์เยอะมั้ย ก็คือจะต้องกลับไปถามก่อน

ซินดี้:   สามข้อนั้น หลักๆ นะคะ

ถ้าคาดหวังมาก ระยะเวลาสั้น ประเภทสินค้าหรูหรา แน่นอนเงินก็จะแบบนึง

ซินดี้:   ก็จะสูงกว่าประเภทสินค้าทั่วไปที่ค่อยๆ ทำตลาดไป แต่เอาจริงๆ คำว่าถูกหรือแพงบางทีมันตอบยาก แต่สิ่งที่ตอบได้แน่ๆ คืออะไรรู้มั้ยพี่แอม

อะไรเอ่ย

ซินดี้:   เมื่อไหร่ที่คุณทำแบรนด์และเมื่อไหร่ที่แบรนด์คุณปัง สิ่งที่คุณจ่ายตังค์ออกไปเนี่ยะค่ะ มันไม่แพงเลย

นี่ปรบมือๆ

ซินดี้:   ตกลงเค้าจะเชื่อถือมั้ย นี่เป็นการพูดคุยกับทางเจ้าของสินค้าแล้วเราก็เอ่อ น่าจะเป็นประโยชน์

แต่ก็อย่างที่บอกเน๊อะ ใช้ตังค์เยอะมั้ยก็น่าจะขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่ามั้ย

อยากสร้างแบรนด์ให้ปังจริงๆ มันน่าจะไม่ใช่แค่เรื่องตังค์อย่างเดียว มันน่าจะมีเรื่องอื่นด้วย

ใช่แล้วๆ ค่ะเดี๋ยว EP ต่อๆ ไปก็จะค่อยๆ แอบเอามาเล่าให้ได้รู้กันว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจ

ต้องรออีกแล้วเน๊าะ

ซินดี้:   ต้องรอค่ะ แล้วก็อยากให้คุณผู้ฟังลุ้นไปด้วยนะว่ามีเรื่องราวอะไร แต่ถ้าไม่อยากรอ ก็มีช่องทางอื่นด้วยนะคะพี่แอม

ที่ไหนเอ่ย

ซินดี้:   ถ้าของบริษัทเราก็จะเข้าไปใน  www.sitaagencythailand.com ถ้าใครชอบอ่านก็เข้าไปอ่านใน market plus ซึ่งเป็น magazine ที่วางแผงทุกๆ เดือน นะคะ รวมถึงเว็บไซต์ของเค้า ก็อ่านได้เหมือนกัน

แต่ถ้าเกิดซินดี้บอก มีคนอยากคุยด้วย เกิดสนใจว่า ทำ telemade ให้หน่อยซิ หรือแค่คุยเอาไอเดีย คุยกับซินดี้  

ซินดี้:   ค่ะ ได้เลยค่ะ ยินดีค่ะ เราก็อยากทำให้คนที่แบบตั้งใจสร้างแบรนด์เนี่ยะ อย่างน้อยก็ได้แรงบันดาลใจหรือได้อ่านข้อมูลไปได้บ้าง เรารับปรึกษาฟรีอยู่แล้วค่ะ ที่ Line official @sitaagency

ขอบคุณมากเลย แล้วก็ให้คำปรึกษาฟรีด้วย

ซินดี้:   ใช่แล้วค่ะ ขอบคุณมากเลย งั้นวันนี้ก็น่าจะได้เวลาแล้วเนาะ คราวหน้าถ้ามีเรื่องอะไรสนุกๆ ซินดี้ก็จะกลับมาเล่าให้ฟังอีก

โอเครอฟังนะคะ

ซินดี้:   ได้เลย งั้นวันนี้ลาไปแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ