ซินดี้:   ขอต้อนรับสู่ See true branding คุยทุกสิ่งเรื่องแบรนด์ค่ะ ซินดี้ค่ะ

แอมค่ะ

ซินดี้:   กลับมาพูดคุยเรื่องของ branding อีกครั้งแล้วนะคะ เนาะพี่แอมเนาะ

EP3

ซินดี้:   ใช่แล้ว  วันนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วอาจจะทำให้หลายๆ คนยิ้มได้ เพราะว่าวันนี้เรื่องที่เราจะคุยมันเป็นเรื่องดีๆ เรื่อง think บวก think  บวก พี่แอม

เรื่องอะไรเอ่ย

ซินดี้:   เป็นเรื่องของการทำ branding ที่สะท้อนให้เห็นความเป็น  positive เกี่ยวกับ แบรนด์ด้วย และสะท้อนให้เห็นความเป็น positive กับตัวผู้บริโภคด้วย

มีหัวข้อปิ๊งวิ๊งๆ

ซินดี้:   ปิ๊งๆ ก็คือ แบรนด์ที่ดีต่อใจ ลูกค้าภักดีต่อแบรนด์

ว้าวว้าวว้าว

ซินดี้:   ว้าวว้าวว้าว ขอบคุณมากเลยให้กำลังใจน้องอย่างเต็มที่ ก็คืออย่างงี้ค่ะ การทำ branding เนี่ยะมันเป็นการทำงานกับความรู้สึกของมนุษย์ ผู้บริโภคนั่นแหละ ทำยังไงให้เค้าจดจำ ทำยังไงให้เค้ารู้สึกจำเราได้ แต่สิ่งที่ทำให้จดจำ จำได้แน่นอนมันต้องผูกกับคำว่าความรู้สึกที่ดีป่ะพี่

ใช่เค้าถึงจะอยากรู้จัก

ซินดี้:   แล้วก็ความเป็นปกตินะ เราก็คงอยากได้ความรู้สึกดีๆ ความสบายใจ เรื่องระคายๆ ใจเราก็คงไม่มีใครอยากจะอยู่ด้วย ถูกมั้ยคะ

แต่เรื่อง branding นี่เป็นเรื่องที่ทำให้สบายใจ

ซินดี้:   การทำ branding ก็เช่นเดียวกันค่ะพี่ บางทีจุดเล็กๆ อ่ะค่ะ มันสามารถทำให้แบรนด์ๆ นั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถที่จะตอบโจทย์ ที่เราคุยกันครั้งที่แล้ว คือว่ามันต้องมี

ของมันต้องมี

ซินดี้:   ใช่บางครั้ง คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ยังมีเลย

มีก็เคยเห็นตัวอย่างเยอะแยะ

ซินดี้:   นั่นแหละค่ะ ก็คือ แทคติคของการทำ branding

แหมฟังดูลึกลับซับซ้อนอยู่นะเนี่ยะ

ซินดี้:   ไม่ซับซ้อนแต่เค้าเรียกว่าเป็นการใส่ใจรายละเอียด ความรู้สึกอันแรกค่ะที่ทำได้ง่ายมาก เห็นได้ง่ายมาก คือ ความรู้สึกทางตา ปิ๊งๆ พี่แอมเชื่อมั้ยว่าการทำ branding มันจะเริ่มตั้งแต่ให้ความสำคัญในเรื่องของชื่อสินค้าชื่อที่กระชับเห็นง่าย

จำง่าย

ซินดี้:   โดยเฉพาะสินค้าที่ product เป็นตัวๆ ที่ไม่ใช่การบริการ การวางสินค้าบน shelf แล้วเห็นชื่อง่าย จำง่าย รูปของสินค้า ตรงสินค้าและสีสันอันเนี๊ยะ มันมีการทำวิจัย การทดสอบกันเลยนะพี่แอม ว่าชื่อของสินค้าส่งผลกับความรู้สึกของผู้บริโภค และการทำชื่อของสินค้าทำยังไง จะต้องเลือกหาตัวอักษรที่ทำให้คนมองแล้วรู้สึกดี

มีด้วย

ซินดี้:   มี อันนี้เป็นการทำวิจัย ในต่างประเทศซึ่งทำในหลายๆ ที่ด้วยนะคะ ก็จะมีการพิสูจน์ว่าตัวอักษรอะไรบ้างที่ทำให้คนมองแล้วรู้สึกดี จะมีประมาณเจ็ดแปดตัว เพราะว่ามีคนทำเรื่องวิจัยตรงเนี๊ยะ แต่จะขอยกตัวอย่างแล้วกันค่ะพี่ อักษรตัวแรกที่ใช้ในการตั้งชื่อคือ

เอาง่ายๆ เลย A

ซินดี้:   ถูกต้องค่ะ

งั้นทายเลย A E I O U

ซินดี้:   ยัย ยัย ยั้ย ยั๊ย ยา ไม่ใช่ ถูกแล้วค่ะพี่ เอหนะถูกแล้วค่ะ เพราะมันให้ความรู้ว่าเป็นอันดับที่ 1 และมันก็เป็น alphabet ตัวที่ 1 แล้วคนเราเวลาเราอยากได้เกรด A หรือ เกรด D

เกรด A

ซินดี้:   แต่เผอิญเพื่อนซินดี้อ่ะ เรียนได้ D เพราะคุณแม่เค้าบอกว่าให้เรียนดีๆ นะลูก

โรงเรียนนาๆ ชาติหรือเปล่า

ซินดี้:   ไม่แน่ใจ นางก็เลยเอา D กลับบ้าน อาจจะเป็นการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน ตัวต่อไปที่จะยกตัวอย่างก็คือ S อันนี้ก็ทำให้รู้สึกดีเน๊าะ เพราะว่าทำให้รู้สึก sexy ตัว S เนี่ยะ ทางต่างประเทศเค้าให้ความหมายว่ารู้สึกถึงความ เหนือระดับ เช่นคำว่า supreme superior ทำให้รู้สึกว่าเหนือ ตัวต่อมาคือตัว T

T Thailand เนี่ยะนะ

Yes ตัว T Thailand T ที่แปลว่า Trust ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ แล้วเผอิญเราเป็นคนไทยเน๊าะ เราก็ต้องสนับสนุน เราก็เป็น T Thailanddd

ประกวดนางงามหรือเปล่า

ซินดี้:   ก็อยากไปเหมือนกัน แต่สงสาร สงสารเวทีเค้าเถอะ ตัวต่อมาก็คือตัว M ตัว M เนี่ยะเค้าสื่อสารถึงคำว่า ความแข็งแรง แน่น ผู้ชาย ดูมีความมั่นคง แข็งแกร่ง ตัวต่อมาคือตัว I ทุกคนมีมั้ย

I มี I (coughing)

ซินดี้:   ไม่ใช่สิ I-phone เป็นตัวอย่างดีเลยค่ะที่ทำให้คนดูแล้วรู้สึกมีตัวตน เหมือน  I am  ที่พี่แอมบอก อ่ะอีกตัวนึง สุดท้ายละ จริงๆ มันมีหลายตัว

นี่มันกี่ตัวละ5 ตัว

ซินดี้:   เอาหมดเลยเหรอ

ตัวที่ 6 ละ ตัวที่ 6 X

ซินดี้:   ตัวที่ 6 X ตัวเอ๊กซ์เป็นอักษรขบถ เป็นอักษรที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่าใช้เฉพาะสินค้าบริการบางตัวที่มีความเฉพาะตัว ตัว Z เข้าสู่โหมดของอักษรขบถแล้ว ก็อย่างเช่น ตัว Z ก็อย่างเช่น Zara ใช่มั้ยคะ เป็นแบรนด์เสื้อผ้า ที่เค้าขายไปทั่วโลก มีสไตล์ที่เป็น individual สูงมาก และต่อมาคือตัว เอาตัวที่มันเป็น positive ก่อนนะ

Think positive เอิ่ม ซินดี้เฉลยดีกว่า

ซินดี้:   G ให้ความรู้สึกว่า Good จะเห็นตัวเช่นว่า Google เมื่อกี้บอกมีตัวอะไรบ้างนะ

มี มี T มี  S มี M มี I มี G

ซินดี้:   จะเอาอีกมั้ย H Hong Kong แทนความรู้สึก Happy ส่วนใหญ่นี่เป็นเรื่องของ Emotional ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรู้สึก เพราะว่าตั้งแต่หัวเรื่องที่เราคุยกันมาคือเรื่องของ แบรนด์ที่ดีต่อใจ ทำให้เรารู้สึกว่า เอ้ยมันคือ รู้สึกดี มองแล้วรู้สึกดี มองแล้วรู้สึกเป็นมิตร เหมือนเฉกเช่นที่เป็นชื่อของ Sita

กำลังจะพูดเลย

ซินดี้:   ขอโม้เลยว่าเราก็มีสูตรคล้ายๆ นี้เหมือนกัน
มาหมดเลย

ซินดี้:   S-i-t-a อันเนี๊ยะก็เราเป็นคนทำแบรนด์ใช่มั้ยคะ เป็นแบรนด์ลีดเดอร์ ดังนั้นเราบอกให้คนอื่นทำ ดังนั้น ตัวเราก็ต้องทำก่อนแล้วก็ที่สำคัญคือด้วยตัวธุรกิจของ Sita เนี่ยะ  เป็นธุรกิจบริการคือทั้งให้คำปรึกษาและดำเนินการในเรื่องของการสร้างแบรนด์ ดังนั้นเรียกว่าคนที่เข้ามาใช้บริการของเราเนี่ยะคะ ก็จะต้องได้ความรู้ และก็ต้องได้ความสบายใจด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าทำยังไงที่จะสื่อสารให้คนที่ได้สัมผัสกับองค์กรของเรารู้สึกได้ถึงความเป็นมิตร

และมีความหมายมั้ย

ซินดี้:   แน่นอน ความหมายของ Sita คือ แปลว่า แหลมคม ทำมั้ยเป็นมิตรแล้วคุณจะต้องมาแหลมคม เนื่องจากว่าการสร้างแบรนด์มันจะต้องใช้ในเรื่องของความ Creativity เรื่องของทักษะปัญหา มีความคิดหลายๆ อย่างแล้วก็อีกอันนึงคือเป็นเรื่องของ strategy ด้วย มันต้องใช้เรื่องของสติปัญญา ดังนั้นความแหลมคมอันนี้เราสื่อให้เห็นถึงเรื่องของเรามีความคิด มีคอนเซ็ปต์ มีการทำงานที่แหลมคม ให้กับลูกค้า เพื่อที่จะทำให้การสื่อสารสินค้าและบริการของพวกเค้า มีความคมชัดและคมชัดในแบบที่มี talent มีสติปัญญาที่ดี มาครบ อันนี้ไม่ได้ขายของนะคะ เล่าให้ฟังเฉยๆ

ไม่ขายเลย โอเค(หัวเราะ)

ซินดี้:   นอกจากเรื่องของตัวอักษรแล้ว เรื่องของสีสันก็มีผลกับเรื่องของความรู้สึก สังเกตมั้ยคะว่าเราเห็นสินค้าและบริการบางอย่างเรารู้ได้ทันทีว่าเป็นประเภทไหน เช่น สีเขียว

สิ่งแวดล้อม เป็นมิตร

ซินดี้:   ใช่ และสีเขียวมักใช้ในธุรกิจโรงพยาบาลและในเรื่องของสุขภาพ

ปลอดภัย

ซินดี้:   ปลอดภัยแล้วเราก็มองไปแล้วเกิดความรู้สึกว่าอยากที่จะอยู่อยากที่จะสื่อสาร เวลาคนที่ป่วยไข้แน่นอนก็ต้องอยาก เรารู้สึกดีขึ้น ตัวเราไม่สบายมันก็แย่อยู่แล้ว นี่คือเรื่องของสีสัน หลักในการทำ Branding อีกอันหนึ่งซึ่งสร้างความรู้สึกดีต่อใจ ใช่มั้ยคะ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องของ eye contact ทางตา อีกอันนึงที่เป็นเรื่องสนุกๆ อันนี้เป็นการแขร์กัน สินค้าหลายๆ ตัวค่ะ ที่เราเกริ่นมาว่ามีหลายๆ อันนะที่พยามตอบโจทย์ว่า ทำยังไงให้มันต้องมี ต้องซื้อ บางครั้งคนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ แต่มันต้องซื้อ พูดถึงนมตราหมี พี่เห็นอยู่ที่ไหนมากที่สุด

โรงพยาบาล ที่บ้าน

ซินดี้:   กระป๋องสังฆทาน จนทุกวันเนี๊ยะ ตั้งแต่ซินดี้เด็กๆ เราทันอยู่ล่ะ กับโฆษณาตัวนึงที่เค้าใช้คำว่า  นมตราหมี เพื่อคนที่คุณรัก นับตั้งแต่น้องหมีก็จะมาอยู่ในกระเช้าโรงพยาบาลและกระป๋องสังคทาน คนซื้อ

ไม่ได้ใช้

ซินดี้:   คนใช้

ไม่ได้ซื้อ

ซินดี้:   นอกจากโลงศพแล้ว มีสินค้าตัวนึงที่มี value ด้วยนะคะพี่ Value ในการทำให้คนรู้สึกดี ในการซื้อ นมคืออะไร ถ้าเราบอกว่ากินแล้วแข็งแรง กินแล้วสุขภาพดี กินแล้วตัวสูง แต่นมนี้แทนเค้าคำ เราห่วงคุณนะ เรารักคุณนะ ก็ดีต่อใจ ลูกค้าก็ไม่รู้ว่าเราจะซื้ออะไรก็เอาอันนี้ละกันแทนคำหมื่นล้านคำ เพื่อคนที่คุณรัก และต่อจากนั้น อันนี้ขอปรบมือให้เค้าเลย ซินดี้ไม่รู้จักเค้ามาเป็นพิเศษนะ หลังจากนั้นเค้ามีการต่อยอดด้วย นมตราหมี เพื่อคนที่คุณรัก และตัวคุณเอง ในระยะปีหลังๆ เค้ามีการต่อท้ายสโลแกนอันนี้มา ดังนั้นมันดับเบิ้ลเลยครอบคลุมผู้บริโภคที่กว้างขึ้น ซึ่งอันนี้เป็นความเก่งของคนที่ทำแบรนด์

คราวนี้คือ คนกินซื้อเองแล้วเน๊าะ คนซื้อได้กิน

ซินดี้:   ใครอยากกินก็ซื้อไป แล้วใครอยากรู้สึกดีๆ ก็ซื้ออยู่ เพิ่มยอดขายใช่มั้ยคะ ที่เราบอกว่าการขายสินค้าอย่างเดียว มันก็ขายได้ละค่ะ แต่นี่คือแทคติดที่เกิดจากการสร้างแบรนด์แล้วทำให้ขายดี อีกนั้นนึงมั้ยคะ MK ช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น

หม้อร้อน

ซินดี้:   คุณพี่ แทนที่ MK เค้าจะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์เรา เจอหม้อร้อน MK ไปแน่บเลย เพราะว่าเราสังเกตมั้ย การทำสุกี้เราจะต้องใช้เวลากินไปคุยไป แต่จริงๆ แล้วเราหนะการกินข้างนอกมันก็เป็นช่วงเวลาของความสุขมั้ย ข้าวมันไก่สุขได้มั้ย

ก็สุขได้

ซินดี้:   แต่ไม่มีใครบอกนะ MK  บอกก่อน

ช่วงเวลาความอบอุ่น

ซินดี้:   ใช่ เวลาเราไปเป็นครอบครัวใหญ่ คุณป้า คุณน้า คุณอา คุณพ่อ คุณแม่ที่เยอะๆ ส่วนใหญ่เราก็จะไป MK ใช้เวลานั่งคุยกัน เวลาที่ลวกผัก หมูนุ่ม

เป็นเรื่องของความรู้สึกดีต่อใจ

ซินดี้:   เอาอีกมั้ยๆ

มันดีต่อใจหลายแบบมากเลยนะ

ซินดี้:   อีกแบบนึงสินค้าที่เป็นสินค้าที่เสี่ยงต่อความ negative แต่เค้าสามารถเปลี่ยนความ negative นั้นมาเป็นความ positive ดีต่อใจ อันนี้เป็นแบรนด์ชั้นครูของซินดี้เลย คนไทยเก่งจริงๆ แบรนด์อะไรรูมั้ย สำนึกดี สังคมดี รีเจนซี่ บรั่นดีไทย

เปรี้ยวปาก

ซินดี้:   เปรี้ยวปาก (หัวเราะ) จริงๆ แล้ว สังคมไทย ดื่มเหล้าผิดมั้ยคะ แต่เค้าเก่งมั้ยะคะ เค้าใช้ emotional นี้ สื่อสารด้วย slogan แล้วบอกว่าสำนึกดี สังคมดี แล้วตบท้ายด้วยว่า รีเจนซี่ บรั่นดีไทย สำนึกดี เนื่องจากเวลาคุณทานเครื่องดื่มที่เป็นของมึนเมา คุณก็ควรจะมีสติตลอด ถูกมั้ยคะ และการที่มีสติ คุณก็ทำให้สังคมดี แล้วยังย้ำ branding ของความเป็นไทย พี่เชื่อมั้ย รีเจนซี่เป็นสินค้าตัวนึงที่ขาดตลาด

เพราะ????

ซินดี้:   เพราะคนซื้อเยอะมาก นอกจากคุณภาพของเค้าที่ดีนะคะ จากการทำ research เป็นสินค้าที่ขายดีมากในทุกๆ วิกฤติ แม้แต่โควิด

จริงเหรอ

ซินดี้:   จริง เค้าเก่งมากที่ทำสโลแกนแบบที่ทำให้รู้สึกว่า เราผิดศีลห้า โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกแย่

ผิดศีลห้าแล้วยังทำดีอีกเน๊าะ เข้าสูตร

ซินดี้:   อีกอันนึงแถมให้ อันนี้เป็นแบรนด์ที่กลุ่มเด็กๆ ฮานามิ ข้าวเกรียบรวยเพื่อน เพราะว่าสินค้าในลักษณะนี้มันก็จะเป็นกลุ่มเด็กๆ ที่ชอบกินขนมขบคี้ยวใช่มั้ยคะ โฟกัสในชีวิตของเค้าก็คือเพื่อน ถ้าเค้ารวยเพื่อนโอเคเว้ยเห้ย อย่างนั้นฮานามิช่วยได้ ก็จะเป็นการสร้างแบรนด์ที่ดีต่อใจ

แปลว่าการสร้างแบรนด์ที่ดีต่อใจนี่มัน ทุกสินค้าทุกบริการเลย อยุ่ที่ว่าเค้าจะสร้าง branding แบบใด

ซินดี้: ใช่ จริงๆ การสื่อสารมีหลายรูปแบบแต่วันนี้ที่หยิบยกมา เพราะว่าจากสโลแกนนี่ยะ เราเล่าผ่าน podcast ได้ง่ายกว่า

แล้วที่บอกว่า ลูกค้าภักดีต่อแบรนด์

ซินดี้:   พอแบรนด์สร้างความรู้สึกที่ดีต่อใจ ก็จะมีการซื้อซ้ำ ใช้อยู่อย่างนั้น และรู้สึกภูมิใจกับการใฃ้ ดังนั้น ระยะเวลาที่เค้าใช้สินค้านั้นก็จะยาวนานซึ่งก็จะเรียกว่าเกิด royalty คือความภักดีต่อแบรนด์นั่นเอง

โอเค ที่นี้นอกเหนือจากชื่อ สีสันมากมาย แล้วยังมีอะไรอีก

ซินดี้:   เยอะแยะมากมายเลยค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าเอ๊ะทำไมซินดี้บอกว่าเยอะทุก  EP เลย ก็มันเยอะจริงๆ แต่ว่าไม่ต้องกลัวค่ะ ในความเยอะเหล่านั้นขอให้เราได้จับจุด และขอให้เราได้เข้าใจกับสิ่งที่เราต้องการจะนำไปใข้ บางครั้งอาจจะไม่ต้องใข้พร้อมกันทีเดียวเลยก็ได้นะคะ เพราะการทำ branding จริงๆ มันจะมีกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอน แล้วก็จะค่อยๆ นำไปใช้เพื่อที่จะได้ตอบโจทย์ ท้ายสุดคือความสำเร็จในธุรกิจนั้นเอง

โอเค มีอย่างอื่นที่ต้องเรียนรู้อีกมั้ย

ซินดี้:   ใช่แล้ว ก็คงเก็บเอาไว้ EP ต่อไปดีกว่า

แต่ถ้ารอไม่ไหวอีกละ เป็นคนใจร้อน อยากรู้

ซินดี้:   รอไม่ไหวก็ต้องไปติดตามอ่าน

ที่ไหน

ซินดี้:   ที่ See True Branding ที่นิตยสาร Market Plus หรือ ทาง website ของ Market Plus เค้า ส่วนถ้าจะเข้ามาดูผลงานของ Sita Agency ว่าเป็นยังไง มีวิธีการทำ Branding แบบไหนบ้าง ตรงกับที่เราคุยกันได้บ้างมั้ย ก็เข้าไปที่ www.sitaagencythailand.com

ไม่พอค่ะ เป็นคนอยากคุย ชอบคุย

ซินดี้:   ดีใจมากเลยที่มีคนอยากคุยกับเรา ก็เข้าไปที่ line official @Sitaagency อันนั้นหนะ เราจะให้คำปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

โหยใจดี แบรนด์นี้ใจดีจังเลย

ซินดี้:   ใช่ก็อยากให้ลูกค้ามาทำธุรกิจกับเราเยอะๆ ไม่ขายของนะคะ แจ้งให้ฟังเฉยๆ

รับทราบ

ซินดี้:   ได้เวลาแล้วค่ะ ที่วันนี้เราจะต้องขอลาไปก่อน แล้วเดี๋ยวครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไร ก็คอยติดตามกันนะคะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ