ซินดี้:   ขอต้อนรับสู่ See true branding คุยทุกสิ่งเรื่องแบรนด์ค่า ซินดี้นะคะ

สวัสดีค่าแอมค่ะ

ซินดี้:   สำหรับ EP นี้ก็รู้สึกดีใจนะที่ได้มาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนึงแล้วก็พบกันพี่แอมด้วย

สวัสดีค่ะยินดีมากเลยเช่นกันค่ะ

ซินดี้:   รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่เราคนไทยทุกๆ คนหนะ อาจจะไม่ได้สดชื่นสดใสกันเท่าไหร่นัก เพราะว่าสัปดาห์ที่เราพูดคุยกันอยู่เนี่ยะเข้าโค้งสุดท้ายของโควิดพอดีเลย 

โค้งสุดท้ายของรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ (หัวเราะ) ก็หวังว่าโค้งนี้จะเป็นโค้งสุดท้ายและท้ายสุดแล้วจริงๆ

ซินดี้:   ก็หวังอย่างนั้นเช่นกันค่ะ เพราะว่านอกจากว่าคนไทยจะเดือดร้อนเรื่องของการรับมือเกี่ยวกับโรคระบาดซึ่งรอดหนักมาก เป็นทวีคูณเลยเนี่ยะ สิ่งที่ตามมาอีกอย่างนึงก็คือเรื่องของเศรษฐกิจ

ใช่เลย นอกจากยอดผู้ป่วย ที่ยังกังวลก็คือยอดขาย

ซินดี้:   ใช่เลยค่ะพี่แอม เพราะนอกจากเรื่องของยอดขายแล้วเนี่ยะ เจ้าของแบรนด์ก็กังวลในเรื่องของความเป็นไป ของภาคธุรกิจด้วย แล้วก็มีการพูดคุยกันในหลายๆ มิติเลย ดังนั้นซินดี้ก็จึงคิดว่าหัวข้อที่เราคุยกันในวันนี้เนี่ยะ อย่างน้อยๆ ก็อาจจะทำให้เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการหรือแม้แต่คนที่ทำงานอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการเนี่ยะค่ะ จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในขณะนี้ได้

ดีจังเลย เรื่องอะไรเอ่ย

ซินดี้:   เรื่องของการทำ branding ค่ะ เพราะว่าหลายๆ คนวันนี้นอกจากจะตื่นตกใจ กังวลกับความไม่แน่นอนข้างหน้าแล้วเนี่ยะค่ะ ก็จะรู้สึกว่าไม่กล้าทำอะไรเลย จึงคิดว่าวันนี้ ซินดี้จะนำเรื่องราวดีๆ ในหัวข้อเนี่ยะมาคุยกับทางเจ้าของสินค้าและบริการกัน ก็คือเรื่องของ แบรนด์ดีๆ จะเปลี่ยนของขายได้ ให้เป็นของขายดี

แม้ในสถานการณ์แบบนี้

ซินดี้:   ใช่ค่ะเพราะเนื่องจากสถานการณ์แบบนี้เนี่ยะหนะค่ะ ที่ทำให้ผู้ประกอบการเองบางครั้ง ลืมในเรื่องของการสร้างแบรนด์ เพราะว่าอย่างที่พี่แอมบอกค่ะ เค้าอ่ะห่วงในเรื่องของยอดขาย กลัวจะขายของไม่ได้ เห็นคนที่ไม่ใช้เงินกันเยอะมาก ทุกคนก็คง เป็นธรรมชาติกลัวไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการเองเห็นยอกที่มันลดลงแล้วอ่ะ สิ่งที่อยากได้คือ ทำยังไงให้มันขายได้ แต่ว่าพอเอาจริงๆ การเน้นในเรื่องของการขายอย่างเดียวมันอาจจะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องก็ได้

ก็คือตอนนี้เรียกว่า จิตตกทั้งคนขายและคนซื้อ

ซินดี้:   ใช่ และมันก็นำไปสู่การแก้ปัญหาที่มันอาจจะไม่ถูกทางนัก โอเค เรายอมรับค่ะว่าเมื่อยอดขายตกมันก็เป็นกังวลเป็นธรรมดา บางครั้งคิดว่าถ้าอย่างนั้น ลดราคามั้ย เพราะว่าโควิดแบบนี้ คนก็คงไม่กล้าซื้อ ไม่กล้าใช้เงินถูกมั้ยคะ หรือบางคนไม่มีกำลังที่จะซื้อจะใช้ด้วยซ้ำไป แต่ถ้าเกิดเราเพิ่ม option ในการแก้ไขอีกอย่างล่ะ การนำเรื่องของ branding เข้ามาช่วย ซินดี้มองว่า ในส่วนนี้น่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาได้ดีในระดับนึง และมันจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาวด้วยซ้ำ

ในเรื่องของ branding ที่จะทำในช่วงนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง

ซินดี้:   อย่างแรกเลยค่ะ หาจุดขายของเรา ที่แข็งแรงมากที่สุด จุดที่มันสำคัญที่สุดของสินค้าค่ะ ตอบโจทย์ปัญหาก่อน เพราะ ณ ขณะนี้เนี่ยะ คนที่ใช้เงิน หรือ ผู้บริโภค น่าจะมองสิ่งที่สำคัญที่สุด ถูกต้องมั้ยคะ และเอาไปผูกกับความสำคัญที่เป็นชีวิตประจำวันได้

ก็คือ ให้มองตัวสินค้าของเรา ตัวจุดแข็ง ไม่ใช่มองแต่ว่าราคา ๆ

ซินดี้:   เช่น สมมุติเราผลิตสินค้า เช่น อาหาร นอกจากจะกินอิ่มแล้ว อาหารของเราเก็บไว้ได้นานมั้ย เป็นจุดขายมั้ยคะ เพราะว่าพอเกิดโควิดเมื่อไหร่ทุกคนจะต้องตุนอาหาร (หัวเราะ) ก็คือตุนขึ้นมาทันที ดังนั้นจุดขายอันนึงที่น่าสนใจคือมีระยะเวลาเก็บไว้ได้ยาวนาน ก็เป็นจุดขาย อะไรอีก

อันนี้เป็นเรื่องของอาหาร เรื่องของความสะอาด

ซินดี้:   สินค้าของเราอาจจะเพิ่มคุณค่าด้วยการ มีตราสัญลักษณ์หรือการที่ผ่านการเทสต์เรื่องของมาตรฐานแล้ว แล้วก็เอาไป merge รวมกันกับการสื่อการการตลาด ก็จะทำให้คนรู้สึกว่าอันนี้มันมีความปลอดภัย มีความสะอาดมากพอก็เป็นจุดขายมั้ยคะ

จุดแข็งที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีด้วย

ซินดี้:   อย่างนี้ค่ะ ที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวแมสที่ไม่ได้มาตรฐาน บางทีแมสที่เอาไปซักใช้ใหม่ สมมุตว่าเราถือสินค้ากลุ่มนี้ค่ะ เราอาจจะเลือกสื่อสารเป็นลักษณะว่า โอเค เราสองชั้น สามชั้น สี่ชั้น ก็ว่าไป แล้วก็ได้รับรองมาตรฐาน อันนี้ก็อาจจะเป็นอันนึงซึ่งถ้าเรามีจุดอันนี้อยู่เราก็อาจจะสามารถดันเพื่อเป็นจุดแข็งได้

เรียกว่าแทนที่จะมัวนั่งวิตก ไปให้คนอื่นสร้างความน่าเชื่อถือจะได้ทำให้คนอื่นหายวิตก น่าจะได้เปรียบ

ใช่ค่ะ และเมื่อกี้ซินดี้ เรื่องราคา ก็คือ ทำเรื่อง branding ถ้าคนยังกังวลว่า branding ก็ต้องใช้เงิน อยากลดราคามากกว่า นอกจากลดราคาแล้วมีวิธีไหนอีก

ซินดี้:   ต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ว่า เรื่องของการลดราคาน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่ผู้ประกอบการควรจะใช้อันนี้ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้แนะนำ สนับสนุนให้เกิดการขายสินค้าราคาแพง เดี๋ยวอ้าวทำไมทำแบรนด์แล้วขายราคาแพง แต่การลดราคาเนี่ยะมันทำให้สินค้านั้นหนะค่ะ เกิดสภาวะถดถอย มันจะกลายเป็นเรื่องถูกในสายตาผู้บริโภค ที่ควรทำอย่างแรกเลย แถมได้มั้ยคะ ทำโปรโมชั่นดีๆ  มองไปทางอื่น ที่ไม่ได้ด้อยค่า ลดราคาสินค้าตัวเองลง แต่ในการแถมกับโปรโมชั่นแบบเนี๊ยะค่ะ มันทำให้ผู้บริโภคก็ยังได้ใช้สินค้าในราคาที่ดีขึ้นด้วย และผู้บริโภคก็เกิดความรู้สึก ชอบ ถูกอกถูกใจกับความคุ้มค่า

เรียกได้ว่าวิธีนี้คือ รักษามูลค่าของตัวเองในสถานการณ์วิกฤติ แล้วก็รักษาตัวเองเพื่ออนาคต

ซินดี้:   ถูกต้องค่ะ เพราะการประกอบธุรกิจมันก็คงต้องมองความยั่งยืน ได้ยาวนาน ดังนั้นการแก้ปัญหาเนี่ยะ ในทุกๆ วิกฤติเนี่ยะค่ะ มันเกิดขึ้นมันก็ผ่านไป แต่สินค้าและบริการที่กว่าเราจะปั้นแบรนด์ขึ้นมา มันใช้เวลานาน  ก่อนหน้าวิกฤตินี้คุณต้องถามตัวคุณเองว่าสร้างแบรนด์นี้มากี่ปี และหลังวิกฤติเนี่ยะ คุณอยากที่จะเดินต่อไปอีกกี่ปี แต่วิกฤติโควิดเนี่ยะเรามองว่าจะสั้นหรือจะยาวกว่านี้ วันนึงมันต้องจบ

ถูกต้อง ทุกอย่างอ่ะเน๊าะ

แต่แบรนด์มันจะต้องไปเพราะว่าแบรนด์คือความยั่งยืน เพราะฉะนั้นในความตกอกตกใจตอนนี้ไม่ต้องคิดมาก

เพราะคนตกใจ

ซินดี้:   พี่แอมตกใจมั้ย

ตกใจ

ซินดี้:   ซินดี้ก็ตกใจ แต่ว่าพอหลังจากตกใจแล้วเราควรจะตั้งสติ แล้วควรจะรู้ว่าควรที่จะทำอย่างไรต่อ และการแก้ปัญหานั้น ถ้าแก้ปัญหาได้ถูกบางครั้ง มันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

เพราะว่าก็มีหลายแบรนด์ที่ยืนหยัดจนสามารถยืนอยู่ได้

ซินดี้:   ใช่ Case study อันนึงค่ะ เกิดกับแบรนด์ๆ นึง อาจจะไม่ได้บอกเป็นแบรนด์เป็นชื่อนะคะ แต่ว่ายกตัวอย่างให้ฟังว่า ณ โควิด สินค้าของเค้าไม่ได้มียอดขายสูง คือ พอขายได้ ขายไปเรื่อยๆ และ เค้าก็ใช้วิธีการอย่างที่ซินดี้เล่า ให้ฟังก็คือใช้การทำโปรโมชั่นในการแถม ซึ่งลูกค้าก็ดูว่ามันคุ้มค่า เพราะในจำนวนที่เยอะขึ้นแต่ซื้อในราคาเท่าเดิม ถูกมั้ยคะ พอแถมเข้าไปปุ๊บ ลูกค้าได้ใช้สินค้าตัวนั้นในปริมาณพอสมควร เค้าเทสต์สินค้านั้นได้ เพราะว่าเค้าได้สินค้าไปแล้ว พอผ่านการซื้อได้หนึ่งครั้ง เค้ารู้สึกว่าสินค้านั้นดี มีการซื้อซ้ำ เอาจริงๆ เค้าไม่ได้ซื้อการโฆษณาเพิ่มนะคะ ถูกกว่าการซื้อโฆษณาด้วย และในจำนวนสินค้าที่เราจัดโปรโมชั่นตรงนั้น เหมือนลักษณะของการทำ Sampling ในอดีต ถูกมั้ยคะ ในอดีตมันจะมีลักษณะ การทำ Sampling เช่น เราแจกตามห้างสรรพสินค้า เราไปดูตามจุดต่างๆ ทีเป็นกลุ่มเป้าหมายแล้วทำการแจก แต่ ณ วันนั้นบางทีของแจกฟรีไม่ได้ดีเสมอไป

จริง

ซินดี้:   แต่ ณ วันนี้ เราเพิ่ม value ให้ตัวเอง เราคิด Campaign ก็ได้นะ เราสู้โควิดด้วยกันแล้วเราก็เพิ่มสินค้าให้ ถือว่าเราก็ช่วยคนไทยด้วยกัน คือ ซื้อของได้ในราคาที่ดีขึ้น คือ ราคาเท่าเดิมแหละ จะได้ปริมาณสินค้าเยอะขึ้น เท่ากับคุณก็ได้ของถูกแหละ ถูกมั้ยคะ แต่คนก็จะไม่รู้สึกด้อยค่า ในสินค้าและบริการนั้นๆ

ทำแบบนี้คือเท่ากับเราซื้อใจลูกค้า

ซินดี้:   นี่คือสิ่งที่ซ่อนอยู่กับการทำจิตวิทยากับ branding

ซึ่งหลายคนลืมเรื่องเหล่านี้ไป

ซินดี้:   การทำ branding นะคะ เป็นสิ่งที่เราต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ แล้วลองดูค่ะว่าถ้าเราใช้การทำ branding มาช่วยเหลือ การทำตลาดให้กับสินค้าและบริการตรงเนี๊ยะ อาจจะพลิกวิกฤติจากการขายได้ให้เป็นขายดีก็ได้

น่าลอง

ซินดี้:   น่าลอง ก็เป็นตัวอย่างนึงที่อย่างน้อยๆ ก็ได้นำมาแชร์กัน ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของสินค้าและบริการได้ลองตระหนักดูว่า ณ วันนี้ค่ะ เรายอมรับว่าแม้เศรษฐกิจมันจะไม่ดี คนจะจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ด้วยความที่ทุกคนก็ต้องสู้กับสภาวะแบบนี้ด้วยกัน แต่เราเชื่อว่าทุกวิกฤติมีโอกาส และทุกปัญหามีทางออก

ค่ะช่วยกันยืนหยัดต่อไปนะคะ

ซินดี้:   นอกจากวันนี้ที่เราจะพูดคุยกันผ่านทาง podcast แล้วเนี่ยะค่ะ ยังมีอีกสามช่องทางนะคะ พี่แอมที่คุณผู้ฟังสามารถที่จะ เข้าไปดูและพูดคุยกับเราได้ด้วย สามช่องทาง ทางเว็บไซต์คือ www.sitaagencythailand.com และเข้าไปอ่านใน market plus ซึ่งจะเป็นคอลัมน์ของ see true branding ช่องทางที่สามคือสามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาส่วนตัวกับซินดี้ได้ที่ line official @sitaagency ค่ะ วันนี้คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้วนะคะ เราคงต้องลาคุณผู้ฟังไปแล้ว แล้วพบกันใหม่ใน EP ต่อไป กับเรื่องราวของ branding ดีๆ นะคะ สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ